Finish ...

posted on 15 Aug 2010 02:31 by coledy

ฉันเคยมีคนที่ฉันรักมากที่สุดคนหนึ่ง ...

ณ เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน มันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขที่สุด ...

จนวันนึง เราต้องเลิกรากัน ... แม้จะเจ็บปวด แต่เราก็จากกันโดยดี ...

แต่ตอนนั้นฉันเหมือนคนบ้า คนโง่ คนที่กำลังสูญเสียสิ่งของสำคัญในชีวิตไป ...

ฉันทำในสิ่งที่หลุดโลก บ้าบอ แสร้งสร้างว่าเรายังมีโอกาสได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ...

แต่ยิ่งฉันทำ เขายิ่งรำคาญ ... จนกลายเป็นความไม่เข้าใจกัน ...

จนวันนึง .. เขาพยายามทำให้ฉันรู้ว่า เขาไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ...

และในวันนั้น ... ทุกคนได้เตือนฉันให้ออกมาเผชิญในความเป็นจริงได้แล้ว ...

ยอมรับ ... ในวันเก่าๆ มันยังทำให้หวนคิดถึง รำลึก และสะกิดให้มีความรู้สึกอันอบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง ...

แต่นี่ฉันควรยอมรับความจริงได้แล้ว !!!!!!!!

จนเวลาผ่านไป ...

ร่างกายและจิตใจเริ่มจะดีขึ้น ... ฉันพยายามทำสิ่งที่ "ฝืน" ตัวเองมากที่สุด ...

แล้วฉันก็ทำได้ ... อาจจะยังไม่ดีพอ .. แต่เวลามันเป็นเหมือนทิงเจอร์ ...

แรกๆก็แสบ หลังๆเริ่มรู้แล้วว่ามันมีประโยชน์อย่างไร ...

แต่พอเราทำได้ ... แต่กลับกลายเป็นว่า เขายังนึกว่าเรา "เหมือนเดิม" อยู่อย่างนั้น ..

ใช่ ... การแสดงออกมันไม่มีโอกาสได้ทำอยู่แล้ว ...

แต่บางที สายตาที่ฉันมองเขา อาจจะทำให้เขาคิดว่ายังเป็นคนที่ "พูดไม่รู้เรื่อง" ...

จนกลายเป็นว่า ฉันทำให้เขาไม่สบายใจ หงุดหงิด รำคาญอย่างต่อเนื่อง ...

จนนำมาซึ่งการแสดงออกอย่างก้าวร้าวรุนแรง ... อย่างไร้ในเหตุผลอันสมควร ..

สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจ ...

ทำไมเขาถึงแสดงออกแบบนี้กับฉันเท่านั้น ...

เมื่อก่อน ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันคงคิดมาก ร้องไห้ โทษตัวเอง ...

แต่มันกลับกลายว่า ยิ่งโดนสะสม ความอดทนมันก็เริ่มจะหมดลง ...

จนฉันไม่ใคร่จะร้องไห้เพราะเขาอีกแล้ว .. มันเป็นเรื่องดีหรือ ? ...

ที่จะต้องร้องไห้เพราะเขาอีก ? ...

ที่ไม่เข้าใจยิ่งกว่าคือ ...

ในตอนนี้ สิ่งที่เขาเคยต่อว่าฉัน เคยตำหนิฉัน กลายเป็นเขาที่น่าตำหนิเสียเอง ...

น่าตำหนิที่นำเรื่องไม่น่าเป็นเรื่องมาใส่ในสมองเขา ...

โดยที่ฉันไม่ได้รู้เรื่องราวที่เขาได้คิด ได้ประมวลในสมอง แล้วสรุปเอาว่าฉันเป็นอย่างโน้นนี้ ...

ฉันผิดหรือ ? ...

ผิดที่ฉันไม่สามารถล่วงรู้ว่า ฉันควรทำให้คุณสบายใจได้ประมาณไหน ?

ผิดที่ฉันไม่ใช่คนที่ลืมง่าย แม้จะเป็นคนที่ขี้ลืมเรื่องเล็กน้อยก็ตาม ...

ผิดที่ฉันจำแค่สิ่งที่ดีๆ ที่เคยมีกัน แล้วรู้สึกอบอุ่น ...

ฉันอาจจะผิด ที่ไม่ยอมเดินทางใหม่ๆ .. เจอสิ่งใหม่ๆ ..

มัวแต่หลงเดินในทางที่เขาเอาเศษแก้วโรยไว้ ...

ถึงวันนี้ ฉันคงรู้แล้วว่า ...

ความเจ็บปวดจาก "คนที่เรารักมากที่สุด" มันทำร้ายเราอย่างมาก ...

ฉันไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไรในบันทึกนี้ ...

แต่สิ่งที่ฉันจะบอกเขานับจากนี้ว่า ...

ฉันคงจะลืมเขาไม่ได้หรอก ... แต่ฉันจะควบคุมอารมณ์ให้ได้ ..

ไม่คิด ไม่จำ ไม่นึกถึง ไม่มีอะไรต่อกัน ...

ไม่ต้องมาทำแรงใส่ .. เพราะมันยิ่งจะทำให้เจ็บมากขึ้น ...

ต่างคนต่างอยู๋ ต่างทำหน้าที่ ต่างคิดดี พูดดี ทำดีให้กัน ...

สิ่งไหนที่เคยแรง เคยล่วง ขอให้เรา "อโหสิ" ต่อกัน ...

เพื่อที่เราจะได้สบายใจ ...

แต่ถ้าคุณยังทำเหมือนฉันเป็นเศษสวะชิ้นหนึ่ง ...

ฉันแนะนำว่า ... เอามีดมาฆ่าฉันเถิด ..

ให้ฉันได้ตายเพราะมือคนที่ฉันรักที่สุด ...

ถ้าฉันตายแล้วคุณสบายใจก็เอาเถิด ....

จบสิ้นกันเสียที ...

 *  *

กลับกลาย ...

posted on 16 Jun 2010 00:27 by coledy

โลกนี้มันผิดผาดประหลาดนัก ...
คนเคยรักกลับกลายมลายสิ้น ...
ความเกลียดชังกร่อนใจในอาจิณ ...
เกิดมลทินแปดเปื้อนเจือลางเลือน ...

ดั่งฝนกรดรดหินจนสิ้นซาก ...
ดั่งกาฝากดูดน้ำเลี้ยงเกลี้ยงเหี้ยนเหื้อน ...
ดั่งนรกเผาใจไม่แชเชือน ..
ดั่งผองเพื่อนผิดใจไม่ปราณี ...

มิสามารถคาดคั้นอารมณ์ได้ ...
มิสามารถเปลี่ยนใจให้หุนหัน ...
มิสามารถปาดน้ำตาได้ทุกวัน ...
มิสามารถเปลี่ยนวันให้กลับคืน ...

ยามธาราเดินไปไม่ไหลย้อน ...
ยามลูกศรนาฬิกาไม่กล้าฝืน ...
ยามคนรักจักมาโกรธเป็นฟืน ..
ยามนั้นคงได้แต่ยืนน้ำตาริน ...

 

วันนี้เพิ่งได้กลับมา "ทีนี่" อีกครั้ง ....

เลยกะว่าจะเป็น "ที่ระบาย" อารมณ์ศิลปินแต่งกลอนหน่อย ...

ว่าแต่ ? ชอบกันมั้ย ? บอกหน่อยนะ ...

edit @ 16 Jun 2010 00:33:59 by !~coledy hardyz~!

edit @ 16 Jun 2010 00:49:49 by !~coledy hardyz~!

edit @ 16 Jun 2010 00:57:40 by !~coledy hardyz~!

ไม่ได้มาอัพบล็อกซะนาน...ฝุ่นหยากใย่เต็มเลยนะ...

เนื่องจากอีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปีแล้วนะเนี่ย...ไวจัง

เหมือนเพิ่งฉลองปีใหม่มาเมื่อวานนี้เอง...เวอร์เนอะ

งั้น...วันนี้เรามาลองสรุปเรื่องราวคร่าวๆที่ผ่านมาและผ่านไปในปี 2552 กันนะ..นะๆๆๆๆ

การงาน :: ปี 2552 นี้ถือว่าดีเลยล่ะ เพราะว่าได้เลื่อนตำแหน่งจากครัวธรรมดาๆ เป็น "หัวครัว" เอ๊ย "หัวหน้าครัว" (Head Cook)  แหะๆ  แต่ที่เป็นนี่ก็เพราะฟลุกไปสอบได้(โหย..ฟลุกเนอะ) ไม่หรอกครับ อยู่ร้านนี้มาห้าปีแล้วมันต้องได้เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง....(-*-) และเราก็ต้องทำให้ได้สินะ ในปี 2553 เราจะต้องทำให้ดีกว่านี้แน่นอน...

 การเรียน :: เรื่องนี้ไม่ดีเลย เพราะว่าดรอป(จริงๆแล้วเรียก"ไม่ได้ไปลงทะเบียนเรีน"มากกว่านะ)เรียนที่รามคำแหงไป ไม่รู้ปีหน้าจะจบ(เห่)รึเปล่าหว่า?..แต่ปีหน้าสัญญากับตัวเองว่าต้องรีบจบๆเสียทีนะ...

 การเงิน :: ปีนี้ได้จับเงินหมื่นถึงสองครั้งแน่ะ(กุมภาพันธ์ตอนโบนัสออก กับเดือนพฤศจิกายนที่ได้โอทีเยอะๆ)แต่ได้มาก็ไม่ได้เก็บเสียที เคยฝากเก็บมาแล้ว แต่ก็มีเรื่องต้องใช้เงินเลยต้องเอามันออกมาใช้...ปีหน้าตั้งเป้าหน่อยเถอะว่า เก็บเสียบ้าง นะ...

 การรัก :: ก็ความรักน่ะแหละ (เรียกอะไรให้ยาก) ปีนี้ถือว่า...มันพูดยากนะว่าดีหรือไม่ดี เพราะว่าเราได้พบคนที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว แต่เราก็ทำเหมือนไก่ได้พลอย มองไม่เห็นค่า ไม่เห็นความสำคัญของเขา เขาก็เลยจากไป....แต่อย่างน้อยตอนนี้เรากับเขาก็ยังมี"มิตรภาพ"ซึ่งกันและกัน...เฮ้อ

การวง :: ปีนี้ได้ไปเล่นงาน อ๊าก ว๊าก จ๊าก  4 แล้วเป็นวงเปิดด้วย..เป็นก้าวแรกที่ดีเลย แล้วปีนี้ก็ได้ไปเล่นในหลายๆงาน แล้วก็ได้ตั้งกลุ่ม The Happiness New Year เพื่อเป็นกลุ่มก้อนเวลาไปเล่นงานไหนก็แห่ไปดูวงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆกัน...เป็นปีที่ดีมากๆ และปีหน้าจะดียิ่งกว่านี้แน่นอน...

สรุปโดยรวมของปี 2552 ที่ผ่านมานั้นก็คือ....

 

"ถือเป็นอีกปีที่ฉันพอใจ"

โอ๊ะๆๆๆ  Exteen มีอะไรมาให้เราเล่นอีกแล้วแฮะ...

มีโปรแกรมปลูกต้นไม้เวลาอัพบล็อกด้วย...ดีจัง

เวลาเหนื่อยๆ อัพบล็อกไปดูต้นไม่ไป...เพลินดี..อิอิ

 

เอาล่ะ..เข้าเรื่องก่อน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปร่วมงานของนิตยสาร Music Express

เค้าได้จัดงานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของดนตรีร๊อคในแต่ละยุคสมัย

ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุค 60 จนวันที่เราไปนี่เป็นของยุค 2000 แล้ว...

งั้นเราเล่าเรื่องจากภาพล่ะกันนะ...

อันนี้ถ่ายตรงหน้าทำเนียบ  รอรถเมล์จะไปประตูน้ำ...

ง่วงนอนมากกกก....--*

นั่งรถสาย 23 ฟรีไปลงประตูน้ำแล้วเดินไปนิดหน่อยก็ถึงเซนทรัลเวิร์ลด์แล้ว..

เข้ามาภายใน  แอร์เย็นฉ่ำ

อ๊า...ถึงแล้ว TK Park

ไปถึงก็เสียค่าเข้า 20 บาท แต่เราไม่มีบัตร ก็เลยมีเสียค่าประกันบัตร 50 บาท

ไปถึงดันเข้าไปก่อน...ยังไม่มีอะไรเลย

ที่เห็นเป็นวง Sweet Mullet กำลังเซ็ทเครื่องอยู่...

ระหว่างยืนรออยู่ ก้ได้เจอพี่เอส แห่งวงกล้วยไทยด้วย...

วันนี้มีมาเล่นโชว์ด้วยล่ะ...

รอสักประมาณบ่ายสอง (แต่เราไปบ่ายโมง..-*-) งานก็ได้เริ่มขึ้น...

พิธีกรของงานก็คือพี่ปิโยรส หลักคำ บรรณาธิการหนังสือ Music Express และมีคุณอภิรัตน์ กับอาจารย์ชาญชัยมาเป็นผู้ที่จะมาให้ความรู้

ก็พูดคุยถึงแนงเพลงในยุค 2000 ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากแนว "นูเมทัล" ซึ่งเค้าให้เป็นแนวหลักของยุคนั้นเลยทีเดียว

แน่นอนว่าวงในยุคนั้นก็คงหนีไม่พ้น Linkin' Park และ Slipknot ซึ่งก็ได้วงกล้วยไทยของพี่เอสมาเล่นเพลงในแนวนูเมทัล มีเพลง My Generetion ของ Limp Bizkit และ Wait And Bleed ของ Slipknot

อ้อ..ลืมบอกไป วงกล้วยไทยก็เล่นเพลงตัวเองไปอีกสามเพลงแน่ะ...

ต่อจากนั้นก็มาคุยกับพี่เต๋าแห่งวง Sweet Mullet ถึงแนวเพลงอีโม - เมทัลคอร์ แต่พี่เต๋าแกคุยเรื่องอีโมมากกว่า

คุยกันจบก็จัดไปสำหรับแนวอีโม ซึ่งก็เป็นเพลงในอัลบั้มเก่าของทางวง และที่พิเศษสุด แกคัฟเวอร์เพลงของวง Glassjaw ด้วยล่ะ..

จบงานก็มีถ่ายรูปหมู่ตามธรรมเนียม

แอบแวบไปดูเอฟเฟคเค้าหน่อย...

หลังเลิกงานก็ได้เจอน้าปานเทพ แกมาขายหนังสือ Headbanger Thai หนังสือทำมือแนวเมทัลเล่มแรกและ(น่าจะ)เล่มเดียวในไทย

แล้วแกก็เปิดอะไรให้เราอ่าน....แล้วเราจึงได้เห็นว่า...

อ๊าก!!!! วง Sith อยู่อันดับ 10 ด้วย...เย้ๆๆๆ

ก่อนกลับเลยถ่ายรูปคู่พี่เอสซะเลย...

รีบมากกล้องมัวเลย...

เสร็จสรรพภารกิจตอนสี่โมงกว่า...ได้เวลากลับบ้านแล้ว...อิอิ

แต่น่าเสียดายที่นิตยสาร Music Express ก็อาจจะปิดตัวลงเนื่องจากเศรษฐกิจนี่แหละ  น่าเสียดายจัง

เราได้รับรู้เรื่องข่าวสารวงการเพลงก็มาจากหนังสือเล่มนี้แหละ แล้วถ้าปิดตัวไป....เราจะอ่านอะไรล่ะทีนี้

เฮ้อ.........

 

 

 

P.S. วันนี้ลงรูปจุใจเลยแฮะ

edit @ 2 Jun 2009 03:59:41 by !~coledy hardyz~!

แหม...ไม่ได้มาที่นี่ซะนาน

ก็เพิ่งได้ว่างนี่แหละครับ...

สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเหมือนสัปดาห์ที่ยุ่งยากของชีวิตเลยทีเดียว

เพราะนอกจากจะเข้าทำงานตอนเช้าแล้ว...ฝนยังตกแต่เช้าเสียอีก

แล้วประเทศไทยนี่ เวลาฝนตกทีไร รถติดทุกที

เหมือนนิสัยที่แก้ไม่หายยังไงก็ไม่รู้

ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์วินลุยฝนไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน แอร์ในนั้นก็หนาว

มันช่างทรมานจริงๆ

สามวันเสียเงินค่ารถไฟเกือบสองร้อย...(จากวันละ 16 บาทนะเนี่ย)

ไม่พอครับ..ไม่พอ เวรกรรมไม่ได้มีแค่นั้น

หัวหน้ามาสาย ทำให้การเตรียมงานเสียเวลามากๆ...ทำอะไรก็ไม่ทันเพราะเวลามีน้อย

แถมเพื่อนร่วมงานยังไม่ค่อยให้ความร่วมมืออีก..เฮ้อ...

แต่ตอนนี้ก็เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้วล่ะครับ...

แต่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเครียดๆยังไงไม่รู้...

ไปนอนดีกว่า....

ร้อน...

posted on 29 Apr 2009 17:24 by coledy

ไม่รู้จะอัพอะไร....

ร้อนมากๆ....ถึงแม้ฝนจะตกมาบ้างก็เถอะ

(แต่เราว่ายิ่งเฉอะแฉะมากไปอีก...)

 

 

 

หงุดหงิด?

 

 

 

วันก่อนก็เกือบๆลุยฝนไปทำงาน ดีที่ไปถึงแล้วฝนตกพอดี....

อยากนอนต่อจริงๆเลย.

พออีกวันต้องฝ่าไอแดดไปทำงานอีก...พระเจ้า!!!!

หวัดกินเราซะงั้น.เฮ้อ....

 

ระมัดระวังกันด้วยนะครับ....

แค่นี้ล่ะกัน...เพราะร้อนเหลือเกิน...

 

อาบน้ำกันดีกว่า...--*

ฟังเพลง...

posted on 22 Apr 2009 00:17 by coledy

ช่วงนี้ฟังเพลงอะไรกันบ้างครับ?

อากาศร้อนๆแบบนี้ เหมาะกับเพลงช้าๆ  เย็นๆ

เนื้อหาเกี่ยวกับความรักกุ๊กกิ๊กๆ หรือความสมหวัง...

ซื่งหาฟังได้ตามคลื่นหน้าปัดวิทยุทั่วไป....

 

เราว่าต่างคนก็ต่างที่จะมีแนวเพลงที่แตกต่างกันไป..เนอะ

แต่เราฟังมันดะ เพราะเล่นดนตรีด้วย....

ฟังแล้วก็ลองเล่นตาม รึว่าแกะท่อนโซโล่ตาม

ตอนนี้ก็เล่นเบสอยู่แหละ  ยังง๊องแง๊งไปตามเรื่อง...555+

 

 

พูดถึงเราเริ่มฟังเพลงแบบจริงจังก็ตั้งแต่มัธยมแล้ว

ตอแนม.ต้นนี่ไม่รู้เป็นอะไรชอบค่าย RS จัง เจอาร์ วอยงี้ ดังงี้ แร็ปเตอร์งี้

รึพวกเจเรอเนชั่น เน็กซ์งี้ 

(ท่าทางคนมาอ่านคงบอกว่า จขบ. แก่แหงๆ..55+)

แต่พอได้ขึ้นม.ปลาย ความสนใจเริ่มเปลี่ยน

เพื่อนๆได้ส่งแนวหนักๆมาให้ฟังเรื่อยๆ

Limp Bizkit เอย Korn เอย Slipknot เอย...

แต่แนวอื่นๆก็ฟังได้หมดนะ..ยังนึกถึงตอนเด็กๆ

แม่เปิดพุ่มพวงดวงจันทร์ฟัง เราก็ฟังด้วย

พอทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร ทางร้านมีวงที่เล่นเพลงยุค 60-70

เราก็ชอบพวก Bob Dylan, The Eagles, The Beatle, Beegees ฯลฯ

พอมามหาลัย ตอนนี้กลายเป็นสาวกแนวเมทัลเกือบเต็มตัวไปแล้ว...

 

 

ตอนนี้เลยกลายเป็นคนที่ฟังอะไรหลากหลายดีแท้....555+

แต่การฟังเพลง บางทีมันแล้วแต่อารมณ์ของเราเนอะ...ว่ามะ?

บางทีอารมณ์เศร้า เอาเพลงแดนซ์มาเปิดก็กระไรอยู่...

(ยกเว้นอยากเต้นประชดชีวิต อะไรแบบนั้น)

แต่ของเราตอนนี้....

 

 

ไม่ว่าอารมณ์จะดี รึ ไม่ดี สุข รึ ทุกข์

ฟังเพลงไว้เถิด.....สบายใจ....

 

ใช่ม๊า~

เหงา...

posted on 20 Apr 2009 01:10 by coledy

 

 

 

 

วันนี้ทำงานอยู่...

จู่ๆทำไมคิดถึงแต่คนที่เคยผ่านมาในชีวิต

 

 

..เหงา?

 

 

..ไม่มีใคร?

 

 

..อิจฉาคนมีคู่?

 

 

ไม่รู้สิ......

 

ความจริงเราก็เก็บทุกสิ่งที่ผ่านมา....

ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์

ไม่ว่าเขาจะมาเพื่อเหตุผลใดแล้วแต่...

 

 

 

ความรักมันทำให้เรามีพลัง...

แต่บางครั้งเราก็ไม่อยากจะหายใจ...

แต่เราก็ยังต้องมีชีวิตอยู่...เพื่อคนที่เรารัก

บางทีเราก็รักเขาได้แค่นี้...มีโอกาสเท่านี้

แต่เรายังคงคิดถึงเขาตลอด...ทุกครั้ง

โดยที่เราไม่รู้ว่าเขาจะคิดเหมือนเราหรือเปล่า?

 

 

 

ช่างเถอะ....

สงกรานต์สะท้านอุรา

posted on 18 Apr 2009 01:27 by coledy

สวัสดีครับ...เรากลับมาแล้ว

หายไปก็ไปเล่นดนตรี บวกกับการไปเล่นสงกรานต์

แถมไปทำงานด้วย  ชาวบ้านหยุดกันแต่เราไม่หยุด

ทำงานตอนเช้า เลิกงานห้าโมงนั่งแท็กซี่ไปเล่นดนตรีที่บางลำพู

เล่นเสร็จก็เดินตรอกให้ชุ่มชื่น

สงกรานต์ปีนี้ทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง

แต่ของเรา...เราว่ามันกร่อยๆนะ

เนื่องด้วยเรื่องอะไรคงไม่ฉายซ้ำ

แต่คนไทยมีนิสัย "ลืมง่าย" แปบเดียวก็มาเล่นสงกรานต์ที่ข้าวสารกันตรึม

ซึ่งเราว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ  เพราะได้ผ่อนคลายไปในตัว....

 

(แต่บางทีทำให้เครียดกว่าเดิม  เพราะไม่รู้จะตูมตามอีกเมื่อใด..เนอะ)

 

ยังไงสงกรานต์นี้ก็สนุกสนานไปในตัวนะครับ

อ้อ...งั้นอวยพรคนที่มาอ่านบล็อกเราไปเลย...555+

ความสุข เงินทอง เพื่อนพ้อง ความรัก ร่างกาย

ขอให้ดีๆยิ่งขึ้นไปครับ...

 

 

 

สวัสดีครับ......

edit @ 18 Apr 2009 02:01:48 by !~coledy hardyz~!

เซ็ง # 2

posted on 13 Apr 2009 00:49 by coledy

ตอนนี้ยังเซ็งไม่หายเลยครับ

ไม่เข้าใจว่าจะปิดกันทำไมเนี่ย?

ทำตัวเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น พอไม่ได้ก็เลยร้องไห้งอแง

แถมทำให้คนอื่นๆเดือดร้อนไปหมดเลย

วันนี้เราก็ไม่มีรถเมล์นั่งอีกแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้คงจะไม่มีเหมือนเดิม

ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับมาปกติสุขอีกครั้งนึงหนอ?

หรือไม่มีอีกแล้ว........

 

 

 

 

 (ป.ล.รูปนี้ไม่มีอะไร...แค่มันดูทึมๆเหมาะกับสถานการณ์)

 

 

เซ็งครับ...ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้....

สวัสดีครับ...

edit @ 13 Apr 2009 01:05:43 by !~coledy hardyz~!

edit @ 13 Apr 2009 01:06:19 by !~coledy hardyz~!

edit @ 13 Apr 2009 01:06:42 by !~coledy hardyz~!